|
|
ถวิลฟาร์ม สถานเพาะเลี้ยง พันธุ์ปลาสวยงาม เป็นที่รู้จักกันอย่างดีตลอดเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา
เป็นที่ถ่ายทำรูปปลาเพื่อทำเว็บไซท์ข้อมูลปลาน้ำจืดของ กรมประมง
นอกจากนี้ถวิลฟาร์มยังเป็นสมาชิก สหกรณ์ปลาสวยงานบ้านโป่ง จำกัด
สหกรณ์ปลาสวยงามบ้านโป่ง เกิดจากการรวมตัวกันของ กลุ่ม/ชมรมปลาสวยงาม ในตำบลปากแรต จังหวัดราชบุรี อาทิ..
ชมรมปลาแม่น้ำสวยงาม และ ชมรมปลาหางนกยูง โดย นายธีรยุทธ พลเสน โทร..032 211811 มือถือ 04 138 2008
ชมรมปลาทอง โดย นายประวิทย์ ยี่สารคุณ โทร..032 200 449
ชมรมปลาหมอสีบ้านโป่ง นายกิมซัก อัครคหสิน โทร..06 604 6933
พัฒนาสายพันธุ์ปลากัดแปดริ้วด้วยการผสมพันธุ์กับปลากัดมาเลเซีย
ปลากัด จัดเป็นปลาพื้นเมืองของบ้านเรา พบการแพร่กระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศจะอาศัยบริเวณผิวน้ำ ไม่ว่าจะเป็นหนอง, บึง, แอ่งน้ำ, ลำคลอง ฯลฯ สำหรับต่างประเทศจะพบในประเทศมาเลเซีย, พม่า, ลาว, กัมพูชา และจีน เป็นต้น สำหรับคนไทยแล้วปลากัดถือเป็นกีฬาตามวิถีชาวบ้านที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมของทุกปี คนในพื้นที่ภาคใต้เรื่อยไปจนถึงประเทศมาเลเซียจะนิยมเล่นปลากัดมากกว่าพื้นที่อื่น
คุณสุนทร พรหมารักษา คนแปดริ้วเคยมีอาชีพทำสวนผลไม้แต่สนใจในการเพาะพันธุ์ปลากัดเป็นงานอดิเรก ต่อมางานอดิเรกกลับสร้างรายได้หลักดีกว่าการทำสวนผลไม้จึงได้ยึดเป็นอาชีพมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นเกษตรกรก้าวหน้าที่มีประสบการณ์ในการเพาะพันธุ์ปลากัดมานานถึง 25 ปี ปัจจุบันคุณสุนทรมีบ่อเพาะพันธุ์ปลากัด (บ่อดิน) จำนวน 70 บ่อ และบ่อปูน จำนวน 200 บ่อ มีกำลังการผลิตปลากัดต่อเดือนเฉลี่ย 2,000 ตัว เป็นที่สังเกตว่าการเพาะพันธุ์ปลากัดของคุณสุนทรจะจำหน่ายเฉพาะตัวผู้เพียงอย่างเดียว สำหรับตัวเมียจะคัดออก โดยจะทำการคัดแยกลูกปลาเมื่อลูกปลามีอายุประมาณ 2-3 เดือน โดยสังเกตตรงครีบและหางที่มีความยาวกว่าตัวเมีย คุณสุนทรยังได้บอกว่าลักษณะของปลากัด ที่ดีนั้นจะต้องประกอบด้วย หนังดี (คือกัดไม่ค่อยเข้า), เขี้ยวดี, มีชั้นเชิงในการต่อสู้และควรจะมีอายุเฉลี่ย 6-10 เดือน มาตรฐานของฟาร์มเลี้ยงปลากัดของคุณสุนทรจะมีการทดสอบปลากัดก่อนนำออกจำหน่ายเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นปลาที่กัดเก่ง โดยการทดสอบด้วยการนำปลากัดมาปล้ำกันก่อนประมาณ 3 ครั้ง คุณสุนทรจะมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดตลอดมาโดยมีการนำลูกปลากัดแปดริ้วมาผสมกับลูกปลากัดมาเลเซีย, เวียดนามและสิงคโปร์ทำให้ปลากัดมีลักษณะดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณสุนทรยังได้บอกเคล็ดลับในการผสมพันธุ์เริ่มต้นจากนำปลาตัวผู้และตัวเมียมาวางเทียบคู่กันในบริเวณที่เงียบ เพื่อให้ปลามองกันได้อย่างอิสระไม่ตกใจบ่อย สำหรับระยะเวลาในการเทียบกันนั้นควรจะใช้เวลาเฉลี่ย 15-30 วัน เพราะเมื่อแม่ปลามีไข่สุกเต็มที่และสมบูรณ์จะทำให้ลูกปลาที่ออกมามีความแข็งแรงและโอกาสรอดตายสูง ที่สำคัญในช่วงก่อนออกไข่ควรให้อาหารตัวเมียอย่างสม่ำเสมอ
จุดเด่นของการซื้อ-ขายปลากัดของคุณสุนทรอยู่ตรงที่มีบริการส่งปลากัดจำหน่ายทางไปรษณีย์ไม่จำเป็นจะต้องมาซื้อถึงฟาร์ม จะมีการส่งแบบไปรษณีย์ EMS ทั่วประเทศ โดยการบรรจุปลากัดลงในถุงพลาสติกใสขนาด 3 X6 นิ้ว แต่จะต้องใส่จำนวน 1 ตัวต่อ 1 ถุง มัดให้มีลมอยู่ภายในถุง บรรจุถุงปลากัดลงในถุงพลาสติกที่ใหญ่กว่าอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันน้ำซึม
ปลากัดจะอยู่ได้นานถึง 5-7 วันโดยไม่ตาย แต่จะต้องระมัดระวังอย่านำไปตากแดดหรืออยู่ในที่อากาศร้อนเท่านั้น สำหรับราคาจำหน่ายปลากัดของฟาร์มแห่งนี้จะขายในราคาเดียวกันหมดคือตัวละ 50 บาท.
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
|
เขียวมรกตปลาพันธุ์ใหม่ ทนโรค-โตวัย-ขายคล่อง
กลายเป็นปลาน้ำจืดที่กำลังได้รับความนิยมรับประทานสุดๆ สำหรับ "เขียวมรกต" ปลาสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกผสมระหว่างปลาจากลุ่มน้ำโขงกับปลาลุ่มน้ำมูล หรือลูกผสมระหว่างปลาเผาะกับปลาเทโพ
อันเกิดจากการคิดค้นของ สุรพล บุญช่วย เกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาวัย 55 ปี แห่งเมืองอุบล ที่ไม่เฉพาะเนื้อมีสีสันสวยงาม รสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นสาบแล้ว ความต้องการของตลาดยังเปิดกว้าง และมีแนวโน้มจะเป็นปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ในอนาคตด้วย
คนเราหากมีความอดทน ตั้งใจจริง ไม่ยอมหยุดนิ่ง ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้และเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ สุรพล เจ้าของ
ฟาร์มปลา "ธนพล" ซึ่งตั้งอยู่ที่ 86/1 หมู่ 7 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โทร.0-4534-4163 บอกนั่นเป็นสิ่งที่เขายึดมั่นและปฏิบัติมาตลอด หลังเริ่มเลี้ยงปลาเมื่อปี 2530 หรือร่วม 20 ปี ปัจจุบันฟาร์มของเขาผลิตลูกปลาจำหน่ายทั้งปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน ปลาเทโพ ปลาสวาย ปลาดุกรัส เซีย ปลาดุกอุย ออกสู่ตลาดปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านตัว และยังผลิตปลาเนื้อออกสู่ตลาดได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ตัน
สำหรับ "เขียวมรกต" ปลาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนี้นั้น สุรพล บอกได้พัฒนาสายพันธุ์เมื่อปี 2546 เป็นปลาน้ำจืดที่ได้ผสมระหว่างปลาแม่น้ำโขงกับปลาแม่น้ำมูล หรือลูกผสมระหว่างปลาเผาะกับปลาเทโพ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาทดลองนานถึงเกือบ 2 ปีเต็ม ก่อนจะได้เป็นปลาน้ำจืดชั้นเยี่ยมที่มีเนื้อสีสวย รสชาติหวาน อร่อย ไม่มีกลิ่นสาบ
"ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะตลาดการสั่งซื้อลูกพันธุ์ปลาปี 50 นี้ คาดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านตัว ขณะที่ปลาเนื้อก็จะมีอัตราเพิ่มขึ้น บอกได้เลยเป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่คิดจะเลี้ยง เพราะนอกจากตลาดเปิดกว้างแล้ว ปลาสายพันธุ์นี้จะโตเร็ว ให้ผลผลิตไว ทนต่อโรค ทนต่อทุกสภาพอากาศ เป็นปลาที่เลี้ยงได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำใต้ดิน น้ำธรรมชาติ" สุรพล บอกและว่า เนื้อปลาเก็บแช่แข็งได้โดยรสชาติไม่เปลี่ยนเหมือนปลาสดทั่วไป จึงมีทิศทางที่ดีในการส่งจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ นอกเหนือจากตลาดในประเทศ
สนนราคาปลาเขียวมรกตปัจจุบัน สุรพล บอกอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-120 บาท หากเลี้ยง 6 เดือนจะได้น้ำหนักปลาตัวละ 8 กรัม ถึง 1.3 กิโลกรัม หากเลี้ยง 1 ปีจะได้น้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม โดยลักษณะทั่วไปนั้นจะมีรูปร่างยาว หัวกว้างสั้น ไม่แบน ครีบตั้ง หางโค้งเรียว ผิวด้านหลังมีสีเขียว เหลือง ตามลักษณะของสีน้ำ
ส่วนการเลี้ยงนั้น เจ้าของฟาร์มธนพลฟาร์มปลาบอกเลี้ยงได้ 2 วิธี คือการเลี้ยงในบ่อดิน ขนาดพื้นที่ 1 ไร่ เลี้ยงได้ 4,000 ตัว และการเลี้ยงในกระชังที่มีแม่น้ำถ่ายเทซึ่งสามารถให้ผลผลิตที่สูงคุณภาพเนื้อดี โดยกระชังขนาดกว้างxยาว 4x6 หรือ 5x5 จะเลี้ยงได้ 500-1,000 ตัว ขณะที่อาหารตัวเดียวกับที่เลี้ยงปลาดุก ปลานิล และปลาสวาย
"มีข้อดีกว่าด้านการเจริญเติบโต คือโรคที่เกิดกับปลาเขียวมรกตจะมีน้อยมาก เพราะเป็นปลาที่ทนต่อทุกสภาพภูมิอากาศ ต้องการออกซิเจนน้อย สามารถปรับตัวอยู่ในน้ำตื้นและน้ำลึก และมีความแข็งแรง เหมาะกับการเลี้ยงในทุกภาคของประเทศไทย" สุรพล แจงพร้อมฝากถึงประชาชนและเกษตรกรที่สนใจก็ให้ติดต่อไปได้ที่ฟาร์ม เขายินดีให้ความรู้ ตลอดจนแนะนำวิธีการเลี้ยงทุกขั้นตอน หรือจะเข้าไปศึกษาดูงานก็ยินดีต้อนรับทุกท่าน
โดย - ศิริลักษณ์ สอนอาจ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|